อะไร..อะไร ก็มัทฉะ

matcha-green-tea
photo credit: greenlifediary.com

 

กระแสชาเขียวเยอะซะเหลือเกินโดยเฉพาะมัทฉะมีทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน ขนมขบเคี้ยว
พอคิดไปคิดมาแล้วพาลให้สงสัยซะเหลือเกินว่ามัทฉะน่ะ จริงๆ มันเป็นยังไงกันแน่

เอาแบบเริ่มจากชาเขียวก่อน
ชาเขียวมี 2 ประเภท หนึ่งก็คือชาเขียวแบบญี่ปุ่น และสองคือชาเขียวแบบจีน
จุดต่างคือ การคั่ว แบบจีนต้องคั่วด้วยกระทะ ส่วนแบบญี่ปุ่นไม่ต้องคั่วนั่นเอง

เอ่อ เดี๋ยวนะ จริงๆ ใบชาก็เขียวเหมือนกันหมดแหล่ะ
แล้วทำไมถึงเรียกชาแบบนี้ว่าชาเขียวเท่านั้นล่ะ
คำตอบคือ ถ้าเป็นชาจีนหรือชาฝรั่ง จะผ่านกรรมวิธีการหมัก
(กองๆ สุมกัน หรืออาจมีบดด้วย) ก่อนตาก
แต่ชาเขียวจะทำให้แห้งอย่างรวดเร็วโดยใช้ความอุณหภูมิสูง
ซึ่งไปทำลายเอนไซม์ที่ปรกติจะทำปฏิกิริยากับใบชา
เวลาผ่านลูกกลิ้งแล้วนำไปตากแดดก็จะไม่ดำ ไม่ฝาด แถมเขียวสดเหมือนเดิม

แค่นี้ยังไม่จบ ชาเขียวแบบญี่ปุ่นยังมีหลายเกรด
อ้อ..แน่ละ ถ้าไปเดินซื้อตามถนนที่เขาขายชาเขียวกันจริงๆ ที่ญี่ปุ่นละก้อ ทั้งมึนทั้งตกใจ (ราคา)
ไล่เกรดง่ายๆ ตามที่นิยมในท้องตลาดจากต่ำสุดไปดีสุดก็ตามนี้

บันฉะ (Bancha) < เซ็นฉะ (Sencha) < เกียวคุโระฉะ (Gyukurocha) < มัทฉะ (Matcha)

  1. บันฉะ (Bancha) คือใบชาแก่ที่สุดคุณภาพต่ำที่สุด รสค่อนข้างฝาด สีเขียวอมเหลือง เหมือนที่เห็นตามร้านอาหารที่มาเสิร์ฟเติมตลอดนั่นหล่ะ
  2. เซ็นฉะ (Sencha) คือ ใบชาแก่เกรดกลาง รสเข้มแต่ไม่ฝาด สีเขียวสด จะมีหลายเกรดเพราะเซ็นฉะเป็นส่วนที่ได้มากที่สุดในการผลิตชา ส่วนใหญ่ใช้ในการเสิร์ฟรับแขก หรือผสมอาหาร
  3. เกียวคุโระฉะ (Gyukurocha) คือใบชาอ่อนเกรดดีสุด รสละมุนหอมหวาน สีเขียวอ่อน และเพราะผลิตได้น้อยเลยใช้ชงดื่มหรูๆ ที่ 80 องศาเซลเซียสเท่านั้น
  4. มัทฉะ (Matcha) คือ เกียวคุโระฉะนำมาบดเพื่อใช้ในพิธีชงชาสุดเริ่ดหรูนั่นเอง ผลิตยากมากๆ

อ้าวๆ มัทฉะดีสุด หายากสุด แพงสุดขนาดนี้ ไหงมันเกลื่อนตลาดนักล่ะจ๊ะ
อ้อ..​เดี๋ยวนี้เขามีวิธีผลิต มัทฉะ จาก เซ็นฉะ แล้ว วิธีการคือสกัดน้ำเซ็นฉะแล้วฉีดพ่นเป็นไอด้วยความร้อนสูง พอระเหยแล้วจะเหลือแต่ผงสีเขียวสวยงาม สามารถนำไปชงหรือใส่ในอาหารได้เพราะไม่ค่อยแพง

ประโยชน์ไม่ต้องพูดถึง ชาเขียวขึ้นชื่อว่ามีสาร Antioxidant สูงมากๆ ซึ่งช่วยล้างสารพิษ มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง รักษาความดันโลหิต ลดภาวะเหงือกอักเสบและหินปูนในช่องปาก แต่มันจะใช่แบบที่เขาโฆษณาขายกันหรอ

คนญี่ปุ่นหรือคนจีน เวลาดื่มชา จะดื่มแต่แบบร้อนๆ ชงใหม่ๆ ไม่เห็นดื่มแบบเย็นๆ หรือ โค-ตะ-ระ เจือจางแบบบ้านเราเลย
เราอาจเถียงว่า “แน่ละสิ ก็บ้านเขาเย็นนี่ ขืนให้ดื่มร้อนๆ ตับแตกพอดี” แต่จริงๆ มันมีสาเหตุนะ
เรื่องของเรื่อง เพราะตัว Antioxidant นี่แหล่ะ เพราะมันจะลดลงไปเรื่อยๆ ยิ่งต้มนานยิ่งลด ยิ่งเย็นยิ่งลด
หรือสารพัดจะเติม เติมนม เติมน้ำตาล น้ำเชื่อม ประโยชน์คงไม่เหลือแล้ว
ถ้าอยากดื่มแบบมีคุณค่า ชงดื่มเองร้อนๆ ดีกว่าไหม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s